หลวงราชบดี ข้าราชการในกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น บุตรชายคนเดียวของพระยาพลเทพกับคุณหญิงชดช้อย ที่ก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้เร็วกว่าชายหนุ่มๆในรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งที่อยู่ในวัยไม่ถึงสามสิบ หลวงราชบดีได้ชื่อว่าเป็นชายชายหนุ่มรูปงามและอนาคตไกลที่สาวๆต่างหลงใหลในความงามและความชำนาญแต่ใจของหลวงราชบดีนั้นมีเจ้าของที่เหมาะสมด้วยหน้าตาและฐานะอย่างแม่อุ่น บุตรตรีของ พระยาราชพินิจกับคุณหญิงบัว แต่ด้วยแม่อุ่นกลัวว่าชายหนุ่มหน้าตาดีอย่างคุณหลวงจะเจ้ายก้มีหลายเมียจึงไม่ตกลงแต่งงานด้วยซะที จนสุดท้ายเมื่อคุณหลวงยอมสัญญา และสาบานต่อหน้าผู้ใหญ่ข้างคุณอุ่นว่า จะไม่มีหญิงใดนอกจากคุณอุ่นคนเดียวแค่นั้นการแต่งงานจึงได้ถูกกำหนดขึ้น งานมงคลของทั้งคู่เป็นที่น่ายินดี เว้นแต่ แม่วาดทาสในเรือนคุณหลวงนั้นกลับร้อนใจเหมือนไฟสุมเมื่อได้ยินข่าว แม่วาดพยายามทุกทางที่จะเรียกร้องความสนใจของคุณหลวงแต่กลับไม่เคยอยู่ในสายตา ความฝันที่จะเปลี่ยนฐานะจากทาสเป็นเมียที่ออกหน้าออกตาของคุณหลวงโดนผู้หญิงชืดๆอย่างแม่อุ่นเพียงคนเดียวบดขยี้ไปต่อหน้าต่อตา แม่วาดถูกนำมามอบให้คุณหลวงเสมือนของกำนัลเมื่อคุณหลวงรับตำแหน่งคุณหลวงใหม่ๆ แต่คุณหลวงกลับไม่เคยเหลียวแล ก็แค่ดูแลดีมากกว่าทาสในเรือนทั่วไปเพียงแค่นั้นแม่วาดมีเรือนส่วนตัวในรอบๆพร้อมกับทาสรับใช้คนสนิทเพื่อให้ความสบายสบาย แต่คุณหลวงก็ไม่เคยแวะเวียนไปหาอย่างที่แม่วาดอยากให้เป็น ยิ่งพอมีข่าวว่าคุณหลวงจะแต่งงานกับคุณอุ่น วาดยิ่งนั่งไม่ติด

เมื่อสบโอกาส แม่วาดกับนังส้มก็ดักเจอแม่อุ่นกับนังปลั่งบ่าวคนสนิท หาว่าแม่อุ่นเป็นหญิงใจทราม ไม่เห็นอกเห็นใจหญิงด้วยกัน เพราะแม่วาดกับคุณหลวงนั้นได้กันมาก่อน พอคุณหลวงเจอแม่อุ่นก็จะทอดทิ้งแม่วาด ทั้งสัญญาสาบานว่าจะมีแม่อุ่นคนเดียวทั้งที่แม่อุ่นมาทีหลัง แต่แม่อุ่นหนักแน่นพอ และเมื่อได้ฟังจากปากคุณหลวงเองว่าไม่ใช่เรื่องจริงก็ไม่ใส่ใจ คุณหลวงเมื่อได้ฟังเรื่องจากแม่อุ่นก็โมโห กลับมาที่เรือนสั่งให้โบยแม่วาดซะเจ็บหนัก การลงโทษคราวนี้ยิ่งทำให้วาดเกลียดแม่อุ่นเข้าไส้ หาว่าใส่ไฟให้คุณหลวงมาลงหวายตนเสียยกใหญ่

ในเมื่อทำทุกทางแล้วไม่ได้มา ทางสุดท้ายคงต้องพึ่งคนที่นังส้มทาสคนสนิทแนะนำ … นายชัย หมอผีขมังเวทย์ ที่นังส้มว่าจะช่วยให้คุณหลวงมาหาวาดได้โดยไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย

กลางดึกบนถนนเล็กๆ เสียงเท้าก้าวอย่างเร่งรีบ แม่วาดในชุดที่ปกปิดมิดชิดจนแทบมองไม่เห็นหน้ากำลังเร่งฝีเท้าด้วยความรีบ แม่วาดหยุดลงที่หน้าบ้านหลังหนึ่งในซอยเล็กแคบ ในมือยื่นถุงเงินจำนวนหนึ่งให้ชายด้านหน้า พร้อมกับรับบางสิ่งมาซ่อนไว้ใต้ผ้า ก่อนจะหันหลังรีบเดินก้าวออกไปอย่างไม่พูดไม่จา แม่วาดเร่งฝีเท้าเดินกลับไปในทางเดิม โดยที่ไม่รู้สึกตัวเลยว่าขากลับมีเสียงตรวนก้องกังวาล สาวในชุดสไบเก่าและขาดวิ่นเดินลากตรวนตามแม่วาดกลับไปด้วยอย่างช้าๆ ….

เมื่อกลับถึงเรือน แม่วาดหยิบของที่ได้มาวางลงบนโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอน สิ่งที่ถูกวางลงข้างหน้าคือโกฏิสีทองที่ดูแล้วว่าไม่น่าเป็นของสามัญชนทั่วไปแน่ เมื่อทุกอย่างเงียบลง เสียงนึงกลับชัดเจนขึ้น เสียงตรวนข้อเท้าที่ถูกลากอยู่รอบเรือนของแม่วาด แม่วาดหยิบปิ่นด้านหน้ามาทิ่มลงบนปลายนิ้ว หยดเลือดลงที่โกฏิทองตามที่หมอชัยสั่ง เมื่อเลือดหยาดลงบนโกฏิเสียงตรวนเงียบหายไป พร้อมด้วยหยดเลือดของแม่วาดที่พึ่งหยดลงบนโกฏินั้นด้วย

คุณอุ่นแต่งงานเผ่านาในเรือนของคุณหลวงราชบดี ทาสทุกคนในเรือนต่างยกยอปอปั้นว่าแม่อุ่นช่างเหมาะสมกับเป็นเมียแต่งของคุณหลวง เก่งทั้งเรื่องงานบ้านงานเรือนและหน้าตาก็สะสวยออกงานไม่มีอายใคร ยิ่งได้ยินแม่วาดยิ่งหมั่นไส้หาว่าพวกทาสในเรือนนั้นต่างเป็นพวกนายว่าขี้ข้าพลอย แต่ที่จริงทาสในเรือนทุกคนต่างโล่งใจที่คุณหลวงแต่งกับแม่อุ่นซะได้ เพราะถ้าแม่วาดได้เป็นเมียตบเมียแต่งขึ้นแท่นเป็นเมียหลวงของเรือนหล่ะก็ได้ร้อนกันถ้วนหน้าแน่ๆ

แม่วาดต้องการจะบริกรรมคาถาที่ได้มาจากหมอชัยแทบไม่ไหว แต่เมื่อยังไม่ถึงฤกษ์ที่หมอชัยเคยให้ไว้ แม่วาดเองก็ไม่กล้าทำพิธี ก็ได้แต่หาเรื่องระรานแม่อุ่นที่เรือนไปวันๆ ในช่วงที่คุณหลวงออกไปทำงาน และเมื่อความโชคร้ายเผ่านาเยือนบ้านของคุณหลวงเมื่อ พระยาพลเทพเสียชีวิตลงด้วยพิษไข้ป่า ขณะไปราชการที่เมืองใต้ คุณหญิงชดช้อยแม่ของคุณหลวงเสียใจจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ หลวงราชบดีให้แม่อุ่นช่วยดูแลคุณหญิงชดช้อยอย่างใกล้ชิด แม่อุ่นจึงแปลงเป็นคนสนิทที่คอยดูแลคุณหญิงชดช้อยอย่างไม่ห่าง และทำให้พอจะคลายทุกข์ลงไปบ้าง นับแต่วันที่พระยาพลเทพจากไป ความสงบก็เริ่มหายไปจากเรือนหลวงราชบดี แม่วาดก็เริ่มระรานแม่อุ่นมากขึ้น เพราะหวังว่าแม่อุ่นจะทนไม่ไหวก็คงต้องระเห็จออกไปจากเรือนหลังนี้สักวัน แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะนังปลั่งบ่าวคนสนิทของแม่อุ่นไม่ยอมให้ใครมารังแกนายของมันง่ายๆ ตัวแม่อุ่นเองก็ใช่จะเป็นคนยอมคนที่จะปล่อยให้แม่วาดมาระรานโดยไม่ตอบโต้ เมื่อมองไม่เห็นหนทางที่จะกำจัดแม่อุ่นออกไปจากเรือนได้ และฤกษ์ที่หมอชัยให้ไว้นั้นมาถึง แม่วาดก็ลงมือทันที

เมื่อความมืดเข้าปกคลุม แสงไฟสลัวๆจากเทียนก็สว่างขึ้นจากเรือนของแม่วาด นังส้มตระเตรียมของให้เจ้านายเรียบร้อยก็หลบหายไป แม่วาดหยิบโกฏิทองอร่ามออกมา หยดเลือดลงไปที่โกฏิ และเริ่มบริกรรมคาถาเรียกผัวที่ได้รับมา ที่ห้องนอนเรือนใหญ่คุณหลวงกับแม่อุ่นหลับอยู่ไม่ได้รู้เรื่อง ท่ามกลางความเงียบเสียงเดินลากตรวนวนอยู่รอบเตียงนอน รวมทั้งหยุดไป ร่างซีดขาวเต็มไปด้วยรอยเฆี่ยนตีนุ่งสะไบที่เคยดูดีแต่บัดนี้ขาดวิ่นนั่งคล่อมอยู่ที่หัวเตียงของทั้งคู่ แต่กลับทำอะไรคุณหลวงกับแม่อุ่นไม่ได้

แต่จะว่าคาถาของแม่วาดไม่ได้ผลเลยก็คงไม่ถูกนัก เพราะหลังจากคืนนั้นแม่อุ่นก็รู้สึกได้ว่าตนไม่เคยอยู่คนเดียว ประหนึ่งว่ามีคนคอยจับตามองคุณอยู่เสมอทั้งๆที่ไม่มีใคร บางครั้งเวลาอาบน้ำก็ตาฝาดมองมองว่ามีตาคู่นึงมองผ่านซี่ไม้เผ่านา แม่อุ่นร้องเรียกให้นังปลั่งวิ่งไปดูก็ไม่เห็นใคร แต่สิ่งที่แปลกกว่าคือคุณหลวงภายหลังที่หลับสนิทไปแล้วกลับเหมือนนอนฝันร้ายอยู่ทุกคืนไป