เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 36/8

“วันลงมือได้ถูกกำหนดแล้ว ข้าจึงต้องการจะมาเยี่ยมแพทย์ยู”

“ท่านไม่เป็นอะไรหรอก” ซ๊อกรัน กล่าว

“เรื่องนั้นแน่ๆ ฮะ ๆ ข้าต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้วครับ ข้าก็แค่ต้องการจะมีโอกาสมาพบมาเห็นหน้าเมียของข้าแค่นั้นอีกอย่างนึง ข้าก็ยังอยากที่จะจับมือเมียของข้าด้วย” ฮวางจอง กล่าว

“งั้นดูลายมือให้หน่อยสิ” ซ๊อกรัน กล่าว

ทหารญี่ปุ่นที่คอยสะกดรอยตามซ๊อกรัน กลับมารายงานให้ทูตญี่ปุ่นรู้

“วันนี้มีเรื่องพิเศษเรื่องนึงครับ หลังจากกลับจากโรงพยาบาลโบกู ได้ยินว่านางไปดูดวงและดูลายมือที่ตลาดด้วย”

“หึ คงจะกลุ้มใจที่ชีวิตพักนี้ไม่ค่อยราบรื่นสินะ”

“น่าจะใช่ครับ” ทหารญี่ปุ่น กล่าว

“ตอนนี้มีคนสะกดรอยหมอผู้หญิงเจจุงวอนคนนั้นอยู่ทั้งหมดกี่คนล่ะ?”

“ปกติ มีคนตามอยู่ 2 คนครับ แถวบ้านคุณ มีคนเฝ้าอีก 6 คนครับ” ทหารญี่ปุ่น รายงาน

“ตอนนี้คงจำเป็นจะต้องถอนคนกลับมาให้หมด” ทูตญี่ปุ่น กล่าว

“ท่านหมายความว่า…”

“มีคนรายงาน…จากรัฐบาลรักษาการว่าคนพวกนั้นเคลื่อนไหวแล้ว และในคืนนี้ ให้ทหารของจักรวรรดิญี่ปุ่นทั้งหมดมารวมตัวกัน เพื่อให้จะไปปฏิบัติภารกิจการกวาดล้างครั้งใหญ่”

“เราจำเป็นที่จะต้องไปด้วยมั้ยครับ?” ทหารญี่ปุ่น ถาม

“ทหารของสถานทูตไม่ต้องไปด้วย พวกเจ้าไม่ต้องเข้าไปยุ่งหรอก…คอยสังเกตการณ์ก็พอ”

“ไฮ้” ทหารญี่ปุ่น กล่าว

ชักแท วิ่งหน้าตื่นเผ่านาบอกโดยังว่าเกิดเหตุใหญ่ขึ้น

“ญี่ปุ่นระดมพลเพื่อให้จัดการทหารอาสา จนทหารอาสาส่วนใหญ่ ไม่บาดเจ็บก็ล้มตาย” โดยัง กล่าว

“แล้วคนที่รอดชีวิตล่ะคะ?” ซ๊อกรัน ถาม

“น่าจะแตกกระจายออกไป แพทย์ยูครับ แพทย์ฮวางต้องไม่เป็นอะไร ถ้าเค้าบาดเจ็บคงมาที่นี่แล้ว” ชักแท กล่าว

“ไม่หรอก ถ้าพวกเค้าบาดเจ็บแล้วมารักษาตัวที่นี่จริง ก็ต้องถูกจับตัวไปแน่” โดยัง กล่าว

“คงไม่เป็นไรนะ”

“ข้าเองก็หวังไว้อย่างนั้น แต่ซ๊อกรัน มีวิธีที่พอจะติดต่อแพทย์ฮวางได้รึเปล่า?” โดยัง ถาม

“ก็พอจะมีอยู่” ซ๊อกรัน กล่าว

ซ๊อกรัน กับชิลบก รีบเดินทางออกมาเพื่อให้ไปตรวจคนไข้

“โอ๊ย ๆ แพทย์ยูครับ ทำไมถึงเดินเร็วนักล่ะครับ เอ๊ะ ตรงนี้เคยมีหมอดูมาเปิดแผงอยู่นี่” ชิลบก กล่าว

“เรารีบไปเถอะ คนไข้กำลังรอเราอยู่” ซ๊อกรัน กล่าว

“ครับ”

“กินหลังอาหารวันละสามครั้ง กินซักสามวันนะ” ซ๊อกรัน บอกคนไข้

“ขอบคุณมากค่ะ”

“แพทย์ยู” แองเจล่า เรียก

“อ้อ ขอโทษด้วยค่ะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“มีเรื่องอะไรเหรอ ฉันเห็นคุณเป็นอย่างงี้ตั้งนานแล้ว” แองเจล่า ถาม

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ไม่สบายตรงไหนคะ?” ซ๊อกรัน ถามคนไข้

ชิลบก เห็นซ๊อกรัน ผิดปกติก็เข้าไปถาม

“เป็นเพราะหมอดูคนนั้นใช่มั้ยครับ?”

“เรารอตรงนี้ซักพักนะ” ซ๊อกรัน บอกทุกคน

“อ้อครับ แต่…ที่อื่นก็มีหมอดูเก่ง ๆ นะ” ชิลบก กล่าว

ซ๊อกรัน นั่งรอหวังว่าจะเจอฮวางจอง เมื่อเวลาผ่านไปนาน ชิลบกจึงมาบอกว่าควรจะเดินทางต่อได้แล้วเพราะได้เวลากินข้าวเที่ยงแล้ว

“นั่นสินะ ไปเถอะ”

ทูตญี่ปุ่นแจ้งกับวาตานาเบ้ ว่าหลังจากกวาดล้างกองกำลังทหารอาสา โดยไม่ทันให้ตั้งตัว ทำให้ทัพพวกมันไม่มีกำลังพอจะก่อการในฮันซองได้อีกแล้ว

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 1/14

คุณบอกหมอดูว่าไม่ได้อยากแต่งงานกับผู้ชายรวยๆ คุณแค่มองหาเงินทุนสักก้อน เลยอยากหมั้นกับผู้ชายรวยๆ แล้วยืมเงินเขา หากทำวิจัยสำเร็จคุณก็จะคืนเงินและเลิกคบกับเขาทันที แต่หมอดูบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะโชคชะตาจะนำพาอึนซูไปในที่ๆ ไกลแสนไกล  อึนซูเริ่มไม่พอใจในคำนาย เมื่อไม่ได้คำตอบว่าคุณจะเจอผู้ชายรวยๆ เมื่อไหร่และที่ไหน  คุณเลยคิดที่จะไปสอบถามจากหมอดูไพ่ทาโรห์แทน 

ตัดกลับไปในยุคโครยอเมื่อ 7 ปีก่อน (ก่อนที่ชเวยองจะเข้าไปในประตูสวรรค์)

องครักษ์โทลแบวิ่งหน้าตาตื่นเผ่านาบอกเบ ชุงซอก ว่าหัวหน้าคนใหม่ของพวกตนที่พึ่งจะได้รับการแต่งตั้งในวันนี้มีอายุเพียง 22 ปี องครักษ์คนหนึ่งกล่าวเสริมว่า หัวหน้าคนนี้มีประวัติการทำงานอันน่าทึ่ง เพราะเคยเป็นถึงหัวหน้าหน่วยชองวอลแด (หน่วยนักฆ่าลับที่ล้วนมีความสามารถระดับเทพ) ต็อกมานกล่าวเสริมว่า หัวหน้าคนใหม่มีทักษะด้านการรบเป็นเลิศ สามารถเข่นฆ่าศัตรูได้ 3-4 คนในคราวเดียว ทั้งยังมีวิชาตัวเบา และมีพลังภายในอันแก่กล้า กล่าวกันว่าพลังภายในของหัวหน้าคนใหม่ มีอานุภาพดุจสายฟ้าฟาดไม่แพ้เลี่ยงกง (เทพเจ้าแห่งสายฟ้าของจีน) เลยทีเดียว มิหนำซ้ำ ยังมีข่าวลือว่าเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนถึงขนาดฆ่าคนที่เข้าไปปลุกอีกด้วย

โทลแบไม่เชื่อข่าวลือดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว เขารับไม่ได้ที่มีหัวหน้าอายุน้อยและรู้สึกไม่ถูกชะตาทั้งที่ยังไม่เคยเจอตัวเป็นๆ เลยหันไปถามชุงซอกว่าทำไมถึงยอมสละตำแหน่งให้คนเช่นนี้ ชุงซอกตอบว่าเขาทำตามราชโองการ  โทลแบกำลังจะนินทาหัวหน้าคนใหม่ แต่ชุงซอกปรามไว้แล้วกล่าวเตือนทุกคนว่า เพราะมีหน่วยนักฆ่าลับชองวอลแด โครยอจึงอยู่รอดปลอดภัยตราบจนทุกวันนี้

โทลแบอารมณ์เสียที่เห็นชุงซอกยอมสละตำแหน่งให้เด็กรุ่นน้อง เลยโม้ว่าถ้าหัวหน้าคนใหม่มาถึงเมื่อไหร่ตนจะสั่งสอนให้ดู เขาตั้งท่ายกเท้าถีบโชว์เพื่อให้นๆ ที่หน้าประตู ปรากฏว่าชเวยองเดินเผ่านาพอดี เขาใช้มือดันเท้าโทลแบเผ่านาในห้องแล้วผลักจนล้ม ชุงซอกลุกขึ้นแล้วขอให้ชเวยองแนะนำตัว ชเวยองได้กลิ่นตุๆๆ ในห้องเลยเอามือพัดจมูกแล้วทำหน้าเบ้ จากนั้นก็หันไปสำรวจรอบๆ ห้อง โดยไม่ยอมบอกว่าตนเป็นใคร โทลแบถามว่าไม่ได้ยินที่ลูกพี่ตนถามหรือ  เมื่อมองว่าชเวยองไม่สนใจตนโทลแบเลยเอื้อมมือไปสะกิด แต่ก็ถูกชเวยองจัดการจนล้มคว่ำอีกที

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 6/17

ในที่สุดชเวยองและอึนซูก็เดินทางไปถึงที่ประทับ (สถานที่กักกันตัว) ขององค์ชายคยองชาง ซึ่งเป็นเพียงบ้านหลังเล็กๆ ที่อยู่ในสภาพทรุดเสื่อมโทรม ชเวยองหันไปมองอึนซูแล้วส่งสายตาบอกให้คุณลงจากหลังม้าแทนคำพูด องค์ชายคยองชางได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่หน้าบ้านจึงลุกจากเตียงขึ้นมาดู เมื่อคิดว่าคนที่เปิดประตูเผ่านาคือชเวยอง พระองค์ก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความนึกถึง พลางร้องเรียก "ยอง! ยอง!" แต่แล้วหลังจากนั้นก็สะดุดล้มตรงหน้าชเวยอง ชเวยองรีบทรุดตัวลงไปประคององค์ชายคยองชางแล้วถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม (เป็นนัดแรก) ว่า "พระองค์สบายดีไหมพะยะค่ะ" 

องค์ชายคยองชางกล่าวด้วยเสียงอันสั่นเครือว่า "ยอง! เจ้ามาแล้ว… เจ้ามาหาข้าแล้ว ยอง!" พระองค์โผเข้ากอดชเวยองด้วยความดีงามใจ อึนซูเห็นแล้วได้แต่ยืนยิ้มด้วยความซาบซึ้งใจเมื่อเห็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่และอดีตพระราชาตัวน้อยโผเข้ากอดกัน ชเวยองกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง เมื่อมองว่าพระองค์ต้องนอนบนเตียงแข็งๆ ในห้องที่มีสภาพทรุดทรุดโทรมและรกรุงรัง เพราะไม่มีคนช่วยดูแล และไม่มีแม้แต่คนช่วยจุดเตาไฟหรือเติมน้ำมันในตะเกียงส่องสว่าง  (แปลว่าพระองค์ต้องอยู่ท่ามกลางความหนาวและความมืด) ชเวยองก็ยิ่งรู้สึกสงสารและเห็นอกเห็นใจองค์ชายคยองชางมากขึ้น เขาจึงกอดตอบองค์ชายแล้วตบหลังพระองค์เบาๆ

ระหว่างที่อึนซูกำลังตรวจดูพระอาการ องค์ชายคยองชางก็กล่าวว่า "แม้แต่ข้า (ที่ถูกเนรเทศมาอยู่ตั้งไกล) ก็ยังได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหมอใหญ่ท่านนี้ด้วยล่ะ ยอง… พวกเขาบอกว่าเป็นเจ้าที่ขึ้นไปบนสวรรค์แล้วเชิญตัวนางมาที่นี่ ข้ารู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเจ้า ในโลกนี้มีแต่เจ้าเท่านั้นที่ทำเรื่องอย่างนี้ได้" (ระหว่างนั้นอึนซูตรวจดูช่องหูขององค์ชายคยองชางแล้วพบว่าพระอาการไม่สู้ดีนัก) องค์ชายคยองชางถามด้วยความอยากรู้ว่า ตรงนั้นเป็นยังไง ชเวยองเห็นพระองค์ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจึงหัวเราะแล้วถามว่าพระองค์อยากรู้เรื่องอะไร องค์ชายคยองชางถามว่า "บนสวรรค์ ทุกอย่าง…ทุกคนตรงนั้นสวยเหมือนนางไหม" อึนซูได้ยินองค์ชายคยองชางชมว่าคุณสวยจึงพูดว่า "พระองค์อายุแค่นี้ แต่มี 'เซ้นส์' ไม่เบา" องค์ชายได้ยินคำพูดแปลกๆ จึงพูดทวนแบบงงๆ ว่า "เซน-ซึ" ชเวยองรีบบอกพระองค์ว่า "ไม่ต้องใส่ใจหรอกพะยะค่ะ นางมักใช้ถ้อยคำจากสวรรค์ที่เราไม่เข้าใจ"

เรื่องย่อ รักใสใสของนายข้างบ้าน (My Flower Boy Next Door) ตอนที่ 7

เมื่อเห็นวาตานาเบ้โผล่มายืนที่หน้าต่างทงมีก็ถึงกับตกตะลึง วาตานาเบ้เองก็ตกอกตกใจเช่นกัน แต่เมื่อเห็นสภาพของทงมีที่พึ่งจะตื่นนอน แถมยังใส่เสื้อกันหนาวตัวหนา 2-3 ชั้น (ทั้งๆ ที่อยู่ในบ้าน) ขณะที่มือหนึ่งอุ้มขวดน้ำร้อน ส่วนปากก็คาบแปรงสีฟัน เขาจึงเผลอยิ้มออกมา ทงมีเห็นดังนั้นก็รีบปิดผ้าม่านด้วยความสะดุ้ง

เมื่อตื่นนอนดงฮุนก็ชวนจินรักไปประชุม จินรักนั่งวาดภาพทงมีหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยใช้ทิชยกอุดหูทั้งสองข้างเอาไว้ (เพราะวาตานาเบ้กำลังขนข้าวของย้ายเผ่านาอยู่ใหม่ทำให้มีเสียงดัง) ขณะจะเดินไปเข้าห้องน้ำ ดงฮุนหันไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งถูกแทงไว้ที่ประตู เขาเลยดึงออกมาดู

หลังแปรงฟันเสร็จทงมีก็ส่องกล้องไปที่ห้องนอนของเทจุน เมื่อเห็นเขาอุ้มน้องหมาขึ้นมาเล่น ทงมีก็โล่งใจที่เห็นน้องหมาปลอดภัย และเมื่อส่องกล้องไปที่ห้องนั่งเล่นคุณก็พบว่าเอ็นริเก้กำลังยืนเท้าเอวจ้องมองคุณอย่างเอาเรื่องในสภาพไม่ใส่เสื้อ ปากคาบถุงเครื่องดื่ม แถมยังใส่หมวกและรองเท้าหมีแพนด้า เขายังส่งสัญญาณมือบอกทงมีด้วยว่าเห็นพฤติกรรมของทงมีทุกอย่าง ทงมีตระหนกตกใจมากจึงรีบปิดม่านทันที

หลังจับคาหนังคาเขา เอ็นริเก้ก็ไม่รอช้ารีบตรงไปยังอพาร์ทเมนท์ฝั่งตรงผ่านเพื่อให้จัดการนักถ้ำมองโรคจิตทันที ด้วยความรีบร้อนเขาจึงเดินออกมานอกตึกท่ามกลางสภาพอากาศอันหนาวเหน็บโดยสวมเพียงเสื้อแจ็คเก็ต กางเกงขาสั้น และหมวกหมีแพนด้าที่ถูกแปลงสภาพเป็นผ้าพันคอ

ทงมีได้แต่เดินไปเดินมาภายในห้องด้วยความวิตกกังวลใจ ในเวลาเดียวกันนั้น จินรักซึ่งคิดว่ากระดาษถูกส่งมาโดยห้อง 402 (ห้องทงมี) จึงรีบเปิดออกดู ด้านวาตานาเบ้ก็กำลังจัดตระกร้าขนม พลางซ้อมพูดแนะนำตัวกับเพื่อให้นบ้าน ส่วนเอ็นริเก้ก็รีบบึ่งไปที่ตึกของทงมี เมื่อเห็นเอ็นริเก้เดินผ่านป้อมยามด้วยท่าทีแปลกๆ  ลุงรปภ. ประจำตึกก็รีบเดินตามไปทันที 

เมื่อได้ยินเสียงคนกดกริ่งหน้าประตูห้อง ทงมีก็ส่องดูที่ตาแมวประตูว่าใครมาหา พอเห็นเอ็นริเก้ยืนอยู่หน้าห้องทงมีก็ถึงกับช็อค….

เรื่องย่อคนเหนือฅน 10

เล่าย้อนไปว่า ที่แท้สิงขรนั่งเองคือคนที่ใช้ให้เชนไปปล้นยาเสพติดของกลาง เขาต้องการทำให้ไมค์ กำนันเกชา และเรืองเดชผิดใจกัน ห้ำหั่นกันเอง จากนั้นเขาก็จะได้คุมทั้งหมดคนเดียว อีกอย่างสิงขรมีความแค้นฝังใจกับเรืองเดช เพราะเรืองเดชเป็นต้นเหตุให้พ่อเขาตาย สิงขรเป็นคนสร้างสภาพการณ์ยิงถล่มงานเลี้ยงต้อนรับพราวฟ้า และการลอบยิงใครต่อใครอีกหลายๆคน แล้วป้ายความผิดให้เรืองเดช และบทเฉลยก็คือเชนกับสิงขรคือเพื่อให้นรักเพื่อให้นตายกันมาตั้งแต่เด็ก สิงขรขอให้เชนมาช่วยทำงาน และขึ้นเป็นใหญ่ด้วยกัน

คนเหนือฅน
          ยาเสพติดทั้งหมดอยู่กับไมค์และกำนันเกชา เมฆา นำกำลังตำรวจเข้าทะลายจนจับกุมไมค์และฆ่าเกชา ภูผา และลูกน้องได้หมด…สิงขรไปตั้งชุมอยู่ตะเข็บชายแดน ซ่องสุมกำลังไม่อย่างมาก เขากำลังจะเป็นใหญ่ คมกับเผือกบุกเข้าไปหมายจะกำจัดสิงขรและช่วยพราวฟ้ากับเนตรดาว แต่ยังไม่สามารถช่วยได้และกำลังจะเสียทีสิงขร …เมฆาบุกเผ่านาช่วย เขาวางระเบิดถล่มซุ้มของสิงขรและช่วยเนตรดาวกับพราวฟ้ามาได้ และได้ฆ่าเชน ส่วนสิงขรถูกคมฆ่า..เรื่องราวยุติลง

          เรื่องราวในอดีตของคมและน้องอีกสองคนได้รับการเปิดเผย…..ตาปลิวเป็นคนไปพบคิมหันต์แล้วนำไปเลี้ยงดู ตาจุ้นไปพบเมฆาแล้วนำไปให้พระธุดงค์เลี้ยง ส่วนคมถูกยิงแต่ยังไม่ตาย มีนายทหารประเทศเพื่อให้นบ้านนำไปเลี้ยงดู …พี่น้องได้มาพบกัน แต่เสียดายที่คนหนึ่งต้องจากไป….. คิมหันต์ ขอให้น้องไปสู่สุขคติ

          แต่ปาฏิหาริย์มีจริง….ความจริงปรากฏว่าคิมหันต์ไม่ตาย แสงฉายนำคิมหันต์ส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา และบริจาคเลือดให้คิมหันต์… สามพี่น้องจะกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่คนผิดก็ต้องถูกลงโทษ คมเริ่มที่คุก เขาก็จบลงที่คุก แต่คมก็มีความดีงามความชอบในการช่วยเหลือราชการเขาจึงติดคุกไม่นาน และที่สำคัญ พราวฟ้ายังรอวันเขาออกมาเพื่อให้เริ่มชีวิตคู่ด้วยกัน

          เรืองเดชถูกตัดสินประหารชีวิต แต่รับยอมรับสารภาพจึงเหลือโทษติดคุกตลอดชีวิต ทรัพย์สมบัติของเขาที่ไม่ได้ถูกยึดทรัพย์ เขายกให้พราวฟ้ากับคมดู และเป็นตัวแทนเรืองเดชช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ราษฎรที่เดือดร้อน เป็นการชดเชยความผิดที่เขาเคยทำลงไป เมฆาลงเอยกับหมวดเนตรดาวอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นได้ แต่ทอมอย่างเนตรดาวก็กลับใจมาเป็นหญิงจนได้ …เรื่องราวทั้งหมดจึงจบลงอย่างแฮปปี้

เรื่องย่อซ่อนเงารัก 4

ในวันงานแต่งงานของเหนือเมฆ เหนือเมฆได้เข้าพิธีสมรสกับเจ้าสาวของเขา แต่ไม่มีใคร รู้ว่าเจ้าสาวของเขาในวันนั้นคือขวัญเอยหรือขวัญมากันแน่ มีเพียงนลินที่รู้ว่าเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้าง เหนือเมฆเป็นใคร และจำเป็นที่จะต้องไม่มีใครรู้ เพราะคุณจะให้ ขวัญเอยและขวัญมาสลับร่างกันไป เรื่อย ๆ แม้ขวัญเอยจะเป็นสุขที่ได้อยู่กับเหนือเมฆชายที่เขารัก แต่ลึก ๆ แล้วขวัญเอยก็ยัง ไม่ได้เป็นตัวเองอย่างบริบูรณ์แบบเสียที เพราะต้องปลอมตัวเป็นขวัญมาตลอดเวลาที่อยู่กับ เหนือเมฆ ขวัญเอยแอบทนทุกข์ แม้จะได้ครอบครองสิ่งที่จำเป็น แต่ก็ยังไม่เคยมีใครเห็นตัวตน ที่แท้จริงอย่างที่เขา อยากเป็นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนลินผู้เป็นแม่ หรือเหนือเมฆผู้ชายที่เขารัก

ระหว่างที่เหนือเมฆ ใช้เวลาอยู่กับขวัญเอย และขวัญมาสลับกันไปเรื่อย ๆ ทำให้เขาเกิด ความสงสัย เพราะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเมียที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมในบางเวลา เหนือเมฆพยายามคิดแผนเพื่อให้จับสังเกตขวัญเอยหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สำเร็จ

ความอดทนของคนมีจำกัด เมื่อขวัญมาได้รู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่อยู่ในใจของเหนือเมฆมา ตลอดคือขวัญเอย และขวัญมาทนไม่ได้ที่จะเสียเหนือเมฆไป จากพี่น้องที่รักกันมากก็มาถึงจุด แตกหักเพราะความรัก เมื่อขวัญมาไม่อยากเป็นแค่เงาในใจของเหนือเมฆอีกต่อไป ที่สำคัญขวัญ มาต้องการจะเป็นคนเดียวที่เหนือเมฆจะรัก ขวัญมาไม่ต้องการจะเป็นแฝดที่หน้าตาเหมือนกับ ขวัญเอยอีกต่อไป การได้มองว่าเหนือเมฆรักขวัญเอยที่มีหน้าตาเหมือนตัวเอง แต่กลับไม่ใช่ตัวเอง ที่เหนือเมฆรัก ยิ่งทำให้ขวัญมาทนไม่ได้อีกแล้ว สองพี่น้องสมุทราะกันร้ายแรงจนเกิดอุบัติเหตุ ไฟไหม้ และทั้งคู่ก็ติดอยู่ในกองไฟนานจนอาการสาหัส ที่สำคัญขวัญเอยและขวัญมามีแผลไฟ ไหม้จนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้

แม้ขวัญมาจะเสียโฉมแต่เหนือเมฆกลับยิ่งรักและสงสารเมียของตนเองมาก คอยดูแล ใกล้ชิด ในขณะที่ขวัญเอยอาการสาหัสกว่าและหน้าเสียโฉมเช่นกันได้แต่จมอยู่กับตัวเองในห้อง และเมื่อขวัญมาหายดีก็เดินทางไปศัลยกรรมที่ต่างประเทศ และกลับมาอีกรอบในรูปโฉมใหม่ ที่ไม่ต้องเหมือนกับขวัญเอยแฝดผู้พี่ที่เป็นศัตรูหัวใจของตนอีกต่อไป การกลับมาคราวนี้ขวัญมาจะ เป็นคนใหม่ เป็นคนที่เหนือเมฆรักแต่เพียงคนเดียว ไม่ต้องเป็นเงาที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเหมือนเช่น อดีตอีกต่อไป!! ติดตามชมความสนุกและเข้มข้นของเรื่องราวชีวิต ความรัก และความลับของแฝด ขวัญเอยและขวัญมา ที่ต้องรอพิสูจน์ด้วยตา พร้อมหัวใจ ว่าใครกันแน่ที่จะเป็นตัวจริง หรือใครกันแน่ที่จะเป็นได้เพียงแค่เงา ติดตามชมละคร ซ่อนเงารัก ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 กด 33 ละคร ซ่อนเงารัก เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2563

ขุนเดช 4

ประดับตามมาหาดาราถึงที่โรงหล่อพระแต่ถูกลุงเถินกับขุนเดชไล่ตะเพิดเพราะ ดันมาลองดีกับเถินนักเลงเก่า ประดับเจ็บแค้นที่ถูกด่าสาดเสียเทเสีย จึงใช้อิทธิพลของพ่อพาทหารบุกไปโรงหล่อพระ แจ้งข้อหาเท็จกับนายเถินว่าซ่องสุมอาวุธสงคราม เพื่อให้เป็นประโยชน์ให้พวกกบฏ เถินปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม และไม่สนใจการเมือง ประดับจึงสั่งให้พรรคพวกบุกทุบทำลายพระพุทรูปที่หล่อเสร็จ แล้วต่อหน้าต่อตาดาราและนายเถินที่แทบหัวใจสลายที่เห็นพระพุทธรูปถูกทำลาย ประดับเอาปืนที่นำมายัดไว้ในองค์พระเพื่อให้เป็นหลักฐาน เล่นงานนายเถินให้ถูกจับกุม

ขุนเดชต้องพาดาราให้ไปพักอยู่กับย้งที่บ้านเพื่อให้ความปลอดภัย ไม่ให้ถูกประดับ ตามมารังควาญอีก ย้งกับดารารู้สึกกลัวแววตาของขุนเดชที่บอกว่าจะจัดการทุกอย่างให้ เมื่อย้งถามว่า ขุนเดชคิดจะทำอะไร ขุนเดชก็ไม่ปริปากพูดสักคำ ขุนเดชไปที่โรงหล่อ พระที่เหลือแต่เศษซาก ของพระพุทธรูปที่ถูกทำลาย เศียรพระที่ถูกทุบทำลายจนหลุด จากบ่าทำให้ภาพอดีตในวัยเด็ก ของขุนเดชผุดเผ่านาสร้างความเจ็บปวดให้ขุนเดชอีก แต่ขุนเดชก็ยังไม่รู้ว่าภาพเหล่านั้นคืออะไรและเกี่ยวข้องกับตัวเองยังไง ขุนเดชรู้ว่า ดาบนิลของลุงเถินที่เคยใช้เมื่อวัยชายหนุ่มเก็บซ่อนไว้ ที่ไหน ขุนเดชนำมันออกมาแล้ว มุ่งหน้าไปหาประดับที่กำลังดื่มกินอยู่ในบาร์

คืนนั้นเองที่อาการอาพาธของหลวงพ่อสุขกำเริบหนัก หลวงพ่อสุขถามหาขุนเดชแต่ไม่มีใครรู้ว่าขุนเดชอยู่ที่ไหน ดาบนิลหักตกลงมาจากชั้นวาง นิมิตรที่หลวงพ่อเคยเห็น เมื่อ 10 ปี ก่อนกลับมาอีกรอบ เศษซากปรักหักพังของโบราณสถานถูกทำลาย เศียรพระเป็นเพียงเครื่องประดับข้างฝาบ้าน ภาพพระพุทธองค์แปลงเป็นภาพประดับ ข้างฝาห้องน้ำของฝรั่งต่างชาติ หลวงพ่อสุขหายใจรวยรินพูดเป็นคำสุดท้ายก่อนมรณภาพว่า “จากนี้ไปไม่มีใครหยุดขุนเดช ได้อีกแล้ว”

ขุนเดชควงดาบนิลของลุงเถินบุกเข้าไปเล่นงานพวกประดับจนเกิดการต่อสู้โรม รันพันตู แต่ด้วยดาบเพียงเล่มเดียวขุนเดชเลยพลาดท่าถูกพวกประดับจับตัวได้ พวกมัน ซ้อมขุนเดชทั้งเตะทั้งอัดจนสบักสะบอม ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่โดนรังแกกระตุ้น ให้ภาพในอดีตของขุนเดชกลับคืนมาอีกที คราวนี้ขุนเดชเริ่มประติประต่อเรื่องราว เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ขุนเดชจำได้ว่าเขาคือลูกชายนายเดื่อง คนที่สาบานว่าจะถวายชีวิตปกป้องสมบัติของพระร่วงไม่ให้ใครย่ำยี ขุนเดชเองก็สาบาน กับพ่อว่าจะถวายชีวิตเป็นทหารของพระร่วง แห่งศรีสัชนาลัย พวกประดับเห็นขุนเดชนิ่ง ไปก็นึกว่าหมดสภาพแล้ว แต่ขุนเดชกลับลุกขึ้นมา ด้วยแววตากราดเกรี้ยวน่ากลัวเหมือนกับว่ามีสัตว์ร้ายเผ่านาสิงสู่ ขุนเดชคว้าดาบนิลได้และแทบฆ่าประดับด้วยการบั่นคอ แต่ขุนเดชก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อมีกลุ่มทหารเผ่านายุติการก่อเหตุวิวาท ประดับนึกว่าคนของพ่อมาช่วยแต่ประดับคิดผิด เพราะทหารที่บุกเผ่านายุติเหตุการณ์เป็นทหารข้างปฏิวัติ เพราะเวลานี้ รัฐบาลทหาร (จอมพล ป.) ถูก คณะปฏิวัติ (จอมพลสฤษดิ์) เข้ายึดอำนาจหลัง เกิดการเลือกตั้งสกปรก และรัฐบาลได้รับการคัดค้านจากประชาชนอย่างหนัก

เพลิงตะวัน 4

ระหว่างทางกลับบ้าน ธงไทยเห็นใบปลิวแปะตามเสาไฟและต้นไม้ เขาจอดรถลงไปดู โกรธจนเลือดขึ้นหน้า รีบบึ่งรถเข้าบ้านด้วยความเร็ว ถึงในบ้านธงไทยร้องตะโกนหา จ๊ะจ๋า ไผ่ออกมารับหน้าแทนพร้อมกับบอกว่า จ๊ะจ๋า ไม่ว่าง เพราะกำลังรับแขกอยู่ ธงไทยเดินปรี่เข้าไปหาจ๊ะจ๋า โดยมีตะวันเดินตามไปด้วย จ๊ะจ๋าเห็นธงไทยแล้วดีใจ รีบบอกว่า แม่ของตะวันมารับตัวกลับบ้านแล้ว ต่อหน้าเปลว ธงไทยพูดอะไรไม่ออก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่ และลูก ได้พบหน้าพูดคุยกัน แต่ไม่ได้ผล เพราะตะวันดูจะตื่นกลัวคนแปลกหน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งได้เจอเปลว ในสภาพร้องห่มร้องไห้ ทำให้คุณยิ่งหวาดกลัว ตะวันกอดธงไทยและพิมมาดาแน่น เปลวได้รับรู้เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับปรางค์ทอง จนทำให้คุณเป็นอย่างงี้ จึงเกิดความสงสารและมองว่าไม่เป็นผลแน่ หากจะรับตัว ปรางค์ทองกลับ จึงยอมที่จะให้ปรางค์ทองอยู่ที่นี่ก่อน ส่วนตัวคุณจะหมั่นเทียวไปเทียวมา เพื่อให้ให้เกิดความคุ้นเคย เสียก่อน จ๊ะจ๋ารู้สึกหงุดหงิดที่ตะวันยังอยู่ที่นี่ต่อไป….
ตะวันเฝ้าวนเวียนกับสิ่งใหม่ที่ได้รับรู้ คุณอยากรู้อดีตของตนเอง อยากรู้ว่าใครรังแกคุณ ธงไทยยังสับสน ในตัวเอง แม้จะฝืนใจสักมากแค่ไหน แต่ธงไทยก็คิดว่านั่นคงเป็นหนทางที่ดีที่สุด ก็แค่เขาเป็นห่วงในความปลอดภัย ของคุณ ธงไทยได้ปรึกษากับวิวเพื่อให้หาหนทาง วิวบอกกับธงไทยว่า อีกไม่นานจะมีงานเปิดตัวอัญมณี ธงไทยคิดได้ว่า เขาควรจะใช้งานนี้เปิดตัว ปรางค์ทอง เพราะอย่างน้อย การที่มีนักข่าวอย่างมากทำข่าวของคุณ ก็เหมือนเป็นการประกาศการกลับมาของคุณต่อสาธารณชน มีพยานรู้เห็นการมีตัวตนของคุณอย่างมากอย่างงี้ จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากการลอบรังควาน
งานเปิดตัวอัญมณี นันทวัฒน์ และ มยุริญ (ธันย์ชนก ฤทธินาคา) ได้ไปร่วมงานนี้เช่นกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยไฮโซทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ทั้งยังนักข่าวจากสารพัดสื่อ ช่วงเวลาของการเดินแบบ บรรดาแขกในงานพากันตะลึงและแปลกใจ ที่อยู่ๆ คุณปรางค์ทองก็ออกมาเดินแบบในชุดฟินเนอเร่ สวย สง่า แต่ในความสง่านั้น คุณยังมีแววตาที่ดูหวาดกลัว และกังวลใจ โชคดีที่ธงไทย ยืนอยู่ข้างเวที เพื่อให้ส่งกำลังใจ และทำให้ตะวันอุ่นใจขึ้น
นันทวัฒน์ ทั้งตื่นเต้นและดีใจ ที่ได้พบกับปรางค์ทองอีกรอบ ภายหลังที่ขาดการติดต่อไปนาน เขาเองก็อยากรู้ เหตุผลในวันที่คุณเดินจากเขาไป นันทวัฒน์ ดักรอพบปรางค์ทองหลังเลิกงาน ธงไทยจำได้ว่านี่คือ สามีของปรางค์ทอง เขาให้โอกาสให้ทั้ง 2 คนได้พูดคุยกัน ปรางค์ทองรู้สึกคุ้นเคยกับนันทวัฒน์ ในคืนนั้นเอง นันทวัฒน์ ชวนให้ปรางค์ทองกลับบ้าน ปรางค์ทองตกปากรับคำ แต่มีข้อแม้ว่า ขอให้ธงไทยไปอยู่ด้วย เพราะสำหรับคุณ ธงไทย คือคนที่คุณไว้วางใจและ รู้สึกปลอดภัยที่สุดเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ นันทวัฒน์ยินยอม

คู่วุ่นลุ้นแผนรัก 1

เป็นคนสวนเก่าแก่รุ่นบุกเบิกมาตั้งแต่ตอนที่ตระกูลเชตวัตรเริ่มตั้งตัวใหม่ๆ จนกระทั่งมาถึงรุ่นลูก ตะวันฉายจึงได้รับช่วงต่อให้เป็นคนสวนไปโดยปริยาย เดือนวารีชอบคอยกลั่นแกล้งตะวันฉายเพื่อให้ระบายกับสิ่งที่คุณมีอคติกับผู้ชาย เพราะตะวันฉายเป็นคนเงียบๆ ไม่เคยมีปากมีเสียงกับเดือนวารีสักครั้ง ทำให้เดือนวารีได้ใจและคอยแกล้งตะวันฉายอยู่ตลอดเวลา ตะวันฉายจึงแปลงเป็นคนเก็บกดและคิดจะแก้แค้นเดือนวารีกลับบ้าง ศิลาตั้งอกตั้งใจให้ตะวันฉายคอยดูแลเดือนวารีแทนเขา จึงออกทุนให้ตะวันฉายได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเดือนวารี โดยทั้งคู่ก็มีกลุ่มของตนเองและกลุ่มของทั้งสองคนก็ไม่ถูกกันอย่างแรง ทำให้ทั้งเดือนวารีกับตะวันฉายนอกจากเปิดศึกที่บ้านยังไม่พอยังลามมาถึงในมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก

แล้วหลังจากนั้นก็เกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อธุรกิจของตระกูลเชตวัตรประสบกับปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งหมดเกิดจากแผนการของ ครรชิต…คู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลเชตวัตร ครรชิตแอบติดต่อกับผู้ลงทุนในเชตวัตรฟู้ดเพื่อให้กล่อมให้ผู้ลงทุนเหล่านั้นเปลี่ยนมาอยู่ข้างตน ท่ามกลางความคัดค้านของ ณิชรันย์…น้องสาวผู้เพียบพร้อมและแตก ต่างกับครรชิต ณิชรันย์ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ครรชิตทำ แต่ครรชิตกลับคิดว่าเป็นเพราะณิชรันย์รักศิลาจึงไม่เห็นด้วยกับเขา เมื่อผู้ถือหุ้นถอนหุ้นออกจากเชตวัตรฟู้ด ทำให้ศิลาผู้รับผิดชอบทุกอย่างในตระกูลต้องหาทางพลิกฟื้นและประคองให้ทุกอย่างผ่านไปให้ได้ ศิลาปรึกษากับ น้าทิพย์…ผู้เป็นแม่ซึ่งก็เป็นจังหวะที่นํ้าทิพย์ได้เจอกับ รสริน…ผู้เป็นทั้งศัตรูและมหามิตร แล้วยังเป็นเมียของ พล.อ.ประภพ…ผู้มีศักดิ์เป็นพี่เขยของรัฐมนตรี ผู้มีอิทธิพลเป็นที่กว้างขวางทั้งในวงทหารด้วยกันและรวมทั้งในรัฐบาลตอนนี้ สมองของศิลาก็ปริ้นท์แผนงานในการทำให้บริษัทของเขาอยู่รอดออกมาทันที นั่นคือการคิดแผนที่จะให้นทีแต่งงานกับ ลีนา…บุตรสาวของรสรินและพล.อ.ประภพ โดยหวังเอาหน้าตาและเส้นสายของพล.อ.ประภพเป็นใบเบิกทางเพื่อให้ให้ตระกูลเชตวัตรผ่านพ้นมรสุมชีวิตนี้ไปได้

ดูดวงไพ่ยิปซี 12 ราศี ประจำวันที่ 28 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2556 ภาคต่อ7

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Eight of Swords คราวเคราะห์ที่อาจจะมาเยือนโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ สภาพการณ์ที่บีบล้อมเผ่านา และคุณก็ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ คุณอาจไม่ใช่ตัวก่อเหตุด้วยซ้ำ แต่ต้องรับผลพฤติกรรมจากคนอื่น

 

          คำแนะนำพิเศษ Queen of Swords หาทางตัดสินปัญหาต่าง ๆ ด้วยความเฉียบขาด และเชื่อมั่นตัวเองไว้

 

  ราศีธนู Sagittarius (16 ธ.ค. – 13 ม.ค.)

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Ace of Cups หมายคือความสุข ความอุดมบริบูรณ์ในชีวิตรัก ชีวิตคู่ หรือในครัวเรือน อาจมีการขึ้นบ้านใหม่ การหมั้นหมาย การตบแต่งห้องหอ ปรับปรุงที่พักอาศัยให้สวยงามมากยิ่งขึ้น

 

          ความรัก ความเกี่ยวเนื่อง The World การหมั้นหมาย การแต่งงาน หรือตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นได้ที่คุณจะมีรักใหม่ หรือคืนดีกับคนรักเดิม มีการปรับปรุงความข้องเกี่ยวให้ก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดีมาก ๆ

 

          สภาพการณ์การเงิน Five of Swords  อาจต้องจำใจทิ้งเงินบางก้อนไปกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างน่าเบื่อหน่าย ใช้จ่ายเงินกับเรื่องที่ไม่เต็มใจ การร่วมหุ้นลงทุนต่าง ๆ ให้ผลไม่ค่อยดีในตอนนี้ เงินตึงมือเป็นพิเศษ

 

          ธุรกิจ การงาน Page of Swords สภาพการณ์ที่ปรวนแปร คุณอาจกำลังสัมพันธ์กับผู้คนที่เอาแน่ๆอะไรไม่ได้ สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ปั่นป่วน แต่แม้ใจคุณจะอยากปลีกตัวไปหาที่สบายอกสบายใจ ก็ยังทำไม่ได้ในตอนนี้

 

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Justice รอบคอบให้มาก การทำเอกสารสัญญาต่าง ๆ การเกี่ยวข้องกับรัฐ ภาษี เรื่องทางกฎหมายทุกประเภท อย่าให้มีจุดอ่อน

 

          คำแนะนำพิเศษ Five of Wands คุณอาจหลีกเลี่ยงปัญหาจุกจิกในการทำงานได้ยาก  เสี่ยงจะมีการสมุทราะเบาะแว้ง ความเห็นไม่ลงรอยกันกับเพื่อให้นร่วมงาน แต่อย่างไรก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ต้องร่วมไม้ร่วมมือกันอยู่ดี ต้องจัดสมดุลให้ได้

  ราศีมังกร Capricorn (14 ม.ค. – 12 ก.พ.)

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้  Temperance จังหวะชีวิตที่จะมีการหักเหเปลี่ยนแปลง อาจมีการเดินทางโยกย้าย การปรับสมดุลในเรื่องต่าง ๆ การปรับตัวในสภาพการณ์ที่ยากจะคาดเดา แต่ก็จะประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยการใช้ไหวพริบของคุณ

 

          ความรัก ความข้องเกี่ยว The Star ช่วงเวลาของการปรับวามรู้ความเข้าใจ การฟื้นฟูความเกี่ยวพัน และมิตรภาพที่กำลังก่อเกิด เป็นนิมิตหมายที่ดีไปในอนาคต มีโอกาสได้พบคนที่เข้าใจกันและกันอย่างลึกซึ้ง มีอุดมคติในทิศทางเดียวกัน